ข้าวโพด

ฤดูปลูก

ต้นฤดูฝน    ระหว่าง เมษายน - พฤษภาคม
ปลายฤดูฝน  ระหว่าง กรกฎาคม - สิงหาคม
    ในเขตชลประทาน สามารถปลูกข้าวโพดได้ตลอดปี โดยทั่วไปการปลูกต้นฤดูฝน มักจะได้ผลดีกว่าปลูกปลายฤดูฝน แต่มีข้อเสียคือ ในระยะเก็บเกี่ยวจะมีฝนชุก ทำให้ข้าวโพดชื้น จะเกิดปัญหาสารอะฟลาทอกซิน เพราะตากข้าวโพดไม่แห้ง
แต่ปลูกปลายฤดูฝน จะมีปัญหาเตรียมดินไม่สะดวก เพราะฝนชุกและโรคต้นกล้าเน่า

เตรียมดิน

    การปลูกแบบไถพรวน  ควรเตรียมดินใกล้ ๆ ก่อนจะปลูก หลังฝนตกแล้ว ควรไถดิน 1-2 ครั้ง ไถดะให้ลึก 20-30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 10-15 วัน เพื่อทำลายวัชพืชและศัตรูพืชในดินบางชนิด แล้วไถแปรหรือพรวนอีก 1-2 ครั้ง เพื่อให้ดินร่วนเหมาะแก่การเจริญของต้นข้าวโพด
    การปลูกแบบไม่ไถพรวน  การปลูกแบบไม่ไถพรวนหรือพรวนเฉพาะบริเวณแถวที่จะปลูก เท่านั้นก็ได้ การปลูกแบบนี้จะมีผลดีต่อเมื่อมีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชโดยมีสารเคมีหลัก คือ กรัมมอกโซน หรือ พาราควอท ควบคู่กับ อาทราซีน อะลาคลอร์ การปลูกแบบนี้จะมีเศษซากพืชคลุมดิน ซึ่งจะช่วยในการซับน้ำและ เก็บรักษาความชื้นในดิน รวมทั้งลดความเสียหายจากการ ชะล้างพังทลายของหน้าดินได้ดี โดยเฉพาะในที่ที่ลาดเทสูง

ปลูกในพื้นที่นา

ช่วงการปลูกที่เหมาะสม
การปลูกข้าวโพดในพื้นที่นาในฤดูแล้ง จะแบ่งช่วงการปลูกเป็น ๒ ช่วง ดังนี้
การปลูกช่วง พฤศจิกายน - ธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ของการปลูกข้าวโพด เนื่องจากช่วงอุณหภูมิโดยทั่วไป จะอยู่ระหว่าง ๒๐ - ๒๕ C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม รวมไปถึงเมื่อเช้าสู่การเก็บเกี่ยวเป็นระยะที่อากาศร้อนและแห้งแล้ง จึงสะดวกในการเก็บเกี่ยว และสามารถตากห้งได้ดี (ยกเว้นบางปีที่อุณหภูมิต่ำมาก ๆ ทำให้พืช ชะงักการเจริญเติบโต)
การปลูกช่วง มกราคม - กุมภาพันธ์   สภาพอากาศค่อนข้างเย็นแล้ว หลังจากนั้นอากาศจะร้อนขึ้น ทำให้ต้นข้าวโพดมีอาการใบเหี่ยวแม้ความชื้นในดินจะมีเพียงพอ
ดินนาส่วนมากเป็นดินเหนียวถึงเหนียวจัด เมื่ออากาศแห้งแล้งมักจะเกิดการแตกระแหงของผิวหน้าดิน ทำให้กระทบกระเทือนต่อรากนอกจากนี้การที่อุณหภูมิสูงมาก จะเป็นอันตรายต่อการผสมเกสรและการสร้างเมล็ดด้วย
   หมายเหตุ, การปลูกในเดือนมีนาคม ไม่เหมาะสมที่จะปลูกข้าวโพดเพราะอากาศจะร้อน ต้นข้าวโพดจะเจริญช้า และต้องให้น้ำบ่อยกว่าช่วงอื่นจึงไม่แนะนำให้ปลูกในช่วงเดือนมีนาคม
การเตรียมดินปลูกข้าวโพดในพื้นที่นา
    ควรไถโดยใช้ผานเจ็ด ไถดินในขณะที่ดินยังมีความชื้นปานกลางหลังจากนั้นจะต้องยกร่องลูกฟูก ให้สันลูกฟูกห่างกันประมาณ ๗๕ เซนติเมตร เพื่อที่จะให้ปลูกข้าวโพดบนบนสันร่องนี้ หรือจะยกร่องหว้าง 150 เซนติเมตร แล้วปลูกข้าวโพดบนร่อง ๒ แถวก็ได้ การที่ต้องยกร่องในการปลูกข้าวโพด ก็เพื่อประโยชน์ในการน้ำตามร่องลูกฟูกนี้ การยกร่องจะช่วย ไม่ให้รากข้าวดพดแช่น้ำนานเกินไป เพราะข้าวโพดไม่ชอบน้ำขัง (หากพื้นที่นา ไม่สามารถยกร่อง ได้ ไม่ควรปลูกข้าวโพด)
    การปลูก ระยะปลูก การดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย การป้องกันโรคแมลง และการเก็บเกี่ยว ทำเช่นเดียวกับการปลูกในสภาพไร่ ยกเว้นการกำจัดวัชพืช ควรใช้วิธีกลเท่านั้น เพราะสารเคมี ในการควบคุมวัชพืชจะเป็นอันตรายต่อข้าวที่จะปลูกตามในภายหลังได้
การปลูกและระยะปลูก
    ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้ระยะ 75 x 75 เซนติเมตร หยอดเป็นหลุมหลุมละ 4 เมล็ด กลบดินหนา ประมาณ 5 เซนติเมตร ให้แน่นพอประมาณเมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 15 วัน ควรถอนต้นที่ไม่แข็งแรงทิ้ง เหลือไว้ หลุมละ 3 ต้น
หรือ ใช้ระยะ 75 x 50 เซนติเมตร หยอดหลุมละ ๓ เมล็ด ถอนให้เหลือหลุมละ 2 ต้น
ถ้าใช้เครื่องจักรปลูก ควรใช้ระยะ 75 x 50 เซนติเมตร โดยให้มีจำนวนต้นข้าวโพดประมาณ 8,500 ต้น/ไร่ ซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์ 3-4 กิโลกรัม/ไร่
ข้าวโพดหวานหรือข้าวโพดเทียน ใช้ระยะปลูกเดียกัน แต่ปลูกให้มีจำนวนต้น/ไร่ มากกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีก 25 - 50 %

การใส่ปุ๋ย
    ควรให้ปุ๋ย 2 ครั้ง ดังนี้...
ปุ๋ยทางดิน รองพื้น ปุ๋ยดาวนก สูตร ซุปเปอร์ ดรากอน ( ใช้เครื่องหยอดได้ )
ส่งฝัก ปุ๋ยดาวนก สูตร ซุปเปอร์ ดรากอน
   ใส่หลังปลูก 30 วัน อัตรา 25 - 50 กก./ไร่
พ่นทางใบ แก้ชะงักแล้ง ซุปเปอร์ ไฮยีสต์ (ขวดเหลือง)
   อัตรา 5 ซีซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน
  บำรุงต้น ฝักข้าวโพด ซุปเปอร์ ไฮยีสต์ (ขวดเหลือง)
   อัตรา 10-20 ซีซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน
ปัญหา ชะงักแล้ง
  พ่นด้วย ซุปเปอร์ ไฮยีสต์ รักษาหายได้ผล



การกำจัดวัชพืช
    ช่วงวิกฤตที่ข้าวโพดอ่อนแอต่อวัชพืชที่สุดคือ ระยะ 13-25 วัน หลังงอก ระยะนี้ถ้ามีวัชพืชรบกวนจะทำให้ผลผลิต ข้าวโพดเสียหายสูงสุด ดังนั้นการปลูกข้าวโพดให้ได้ผลผลิตสูง จึงต้องให้แปลงปลอดวัชพืช ตลอดช่วง 1 เดือนแรกตั้งแต่ปลูก โดยเลือกวิธีการกำจัดวัชพืชที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ ดังนี้
1. การไถและพรวนดิน ก่อนปลูกข้าวโพด โดยไถและพรวนดินหลังวัชพืชงอก จะช่วยทำลายกล้าวัชพืชให้ตายได้ ส่วนกล้าและเหง้าวัชพืชที่ตายยาก ควรตากดินนาน 10-15 วัน เพื่อให้วัชพืชพืชตาย ก่อนปลูกข้าวโพด
2. การทำรุ่น เป็นการพรวนดิน ดายหญ้า หลังข้าวโพดงอกแล้วแต่ก่อนจะถึง ระยะวิกฤตโดยใช้เครื่องมือกลต่าง ๆ เช่น จอบ ไถ รถไถและรถแทรกเตอร์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การใช้ไถพูนโคนมักมีวัชพืช ในแถวหลงเหลืออยู่จึงต้องใช้ขอบดายตามอีกครั้ง
3. การใช้สารเคมี อาจใช้ทันทีหลังปลูกข้าวโพดหรือพ่นกำจัดวัชพืชฟลังข้าวโพดและวัชพืชงอกแล้ว การใช้สารเคมีเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัด แต่ต้องระมัดระวัง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อคน พืชอื่น ๆ และสิ่งแวดล้อม ควรฉีดพ่นขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่ สารเคมีที่แนะนำมีดังนี้
อาทราซีน (ชนิดผง 80%) ใช้ก่อข้าวโพดงอก อัตรา 500 กรัม/ไร่ ถ้าเป็นดินเหนียวให้ใช้เพิ่มขึ้นอีก ใช้ควบคุมวัชพืชใบกว้างและแคบได้ดีเป็นพิษต่อผักและพืชตระกูลถั่ว ดังนั้น ถ้าจะปลูกถั่วตามหลังข้าวโพด ไม่ควรใช้อาทราซีน
อะลาคลอร์ ใช้ฉีดพ่นวัชพืชก่อนข้าวโพดงอก ใช้อัตรา 500-1,000 ซีซี/ไร่ กำจัดวัชพืชใบแคบได้ดี เป็นพิษต่อข้าวฟ่าง ดังนั้นถ้าจะปลูกข้าวฟ่างตามหลังข้าวโพด ไม่ควรใช้อะลาคลอร์
หมายเหตุ การใช้สารกำจัดวัชพืช จะได้ผลดีถ้าปฏิบัติถูกต้อง แต่มีข้อควรระวัง คือ ต้องผสมน้ำและฉีดพ่นขณะที่ดินยังชื้นอยู่ และไม่แนะนำให้ปลูกข้าวฟ่างตามหลังข้าวโพด เพราะทั้งสองพืชมีระบบรากคล้ายกันและใช้ธาตุอาหารคล้ายกัน ดินจะเสื่อมเร็ว ควรปลูกพืชหมุนเวียนชนิดอื่น
...
 
ภาพผลงาน
ของทีมงานบริษัทฯ
และเกษตรกร
กลุ่มสมาชิกสหกรณ์











.






















-:[ Information Technology Center ]:-
บริษัท ไบโอ-อโกร ไทย จำกัด
สำนักงานเลขที่ 53/10 หมู่ที่ 1 ตำบลจันทนิมิตอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี 22000
E-mail : bio-thai@hotmail.com Tel : 039-325403, 01-8125424, 01-8656527

Best view in Internet Explorer 5.x or Higher. Size 800x600 Pixel.